GI | GI
7
home,page-template,page-template-full_width,page-template-full_width-php,page,page-id-7,ajax_fade,page_not_loaded,,qode-title-hidden,qode_grid_1300,footer_responsive_adv,hide_top_bar_on_mobile_header,qode-theme-ver-12.1,qode-theme-ssbd design,wpb-js-composer js-comp-ver-5.4.2,vc_responsive

ดัชนีน้ำตาล

Glycemic index = GI

GI ค่าดัชนีน้ำตาลสำคัญต่อสุขภาพ

“เรื่องหิวมันเรื่องของท้อง แต่พอท้องร้อง… อุ้ย! เรื่องของเรา” เคยไหม? หิวทุกทีตอนดึกๆ กินตลอดเกือบทุกเวลา กินจนได้ชื่อว่าเป็นสายกินอย่างแท้จริง

 

แต่หารู้ไม่ว่าที่เราหิวบ่อยหรือท้องร้องตลอดเวลานั้นสาเหตุมาจากอะไร?

 

ซึ่งสาเหตุเหล่านั้นมาจากการที่เรากินอาหารที่มีค่า GI สูงนั่นเอง หลายๆคนคงสัยสงว่าค่า GI คืออะไรแล้วมันเกี่ยวอะไรกับความหิวของเรา…

GI คืออะไร

Glycemic index (GI) หรือ ดัชนีน้ำตาล คือค่าที่ได้จากการคำนวณของการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำตาลในเลือดภายหลังจากรับประทานอาหารชนิดต่างๆ ก่อนถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด แล้วส่งผลให้น้ำตาลกลูโคสในเลือดขึ้นเร็วมากน้อยเท่าใด

 

ซึ่งอาหารที่มีค่า GI สูง เมื่อถูกย่อยจะกลายเป็นน้ำตาลในเลือดอย่างรวดเร็ว เมื่อน้ำตาลในเลือดขึ้นสูงเกินไปเมื่อไหร่ ร่างกายก็จะปล่อยอินซูลินเพื่อดูดซึมและควบคุมน้ำตาลไปใช้ในระบบ ส่งผลให้น้ำตาลในเลือดต่ำลงอย่างรวดเร็ว จึงเป็นสาเหตุทำให้ร่างกายต้องการพลังงาน และกลายมาเป็นบ่อเกิดของความ “หิว”

GI27-500x500

เบาหวาน

ควรรู้จักอาหารดัชนีน้ำตาลต่ำ
y

ค่า GI

แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม

กลุ่ม GI สูง คือ กลุ่มที่มีค่า GI สูงกว่า 70 (ดัชนีน้ำตาลในเลือดสูง) อาทิ ข้าวขาว, ของทอด, ของมัน, ของหวาน, น้ำอัดลม เป็นต้น

กลุ่ม GI ปานกลาง คือ กลุ่มที่มีค่า GI อยู่ในช่วง 56-69 (ดัชนีน้ำตาลในเลือดปานกลาง) อาทิ เค้ก, ครัวซอง, น้ำผึ้ง เป็นต้น

กลุ่ม GI ต่ำ คือ กลุ่มที่มีค่า GI อยู่ในช่วง 0-55 (ดัชนีน้ำตาลในเลือดต่ำ) อาทิ นม, เชอรี่, ซุป, เผือก เป็นต้น

การวัดกลุ่มค่า GI

ค่า GI ต่ำ (0-55)0%
ค่า GI ปานกลาง (56-69)0%
ค่า GI สูง (70 ขึ้นไป)0%

รู้ค่า GI

หากระดับน้ำตาลในเลือดของคุณอยู่ในระดับ 100 mg/dL ขึ้นไป แสดงว่าเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน และถ้าขึ้นสูงถึง 126 mg/dL เมื่อไหร่ แพทย์จะวินิจฉัยว่าคุณเป็นเบาหวานทันที แล้วคำถามคือเราจะทำอย่างไรให้ไม่เป็นเบาหวาน? หรือเมื่อเป็นแล้วจะควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้อย่างไร? คำตอบอยู่ที่การกิน

โดยเลือกกินอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ (GI ต่ำ) สารอาหารควบถ้วน มีส่วนประกอบของ MUFA (ไขมันชั้นดี) ที่สูงและเวย์โปรตีน แต่จะให้ดียิ่งขึ้นถ้าออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอร่วมด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด รวมถึงการไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็คระดับน้ำตาลอย่างต่อเนื่องด้วย

GI27-500x500

อาหารดัชนีน้ำตาลต่ำ

High MUFAs

ไขมันดีเพื่อสุขภาพที่ดี

กินที่ปาก ออกที่พุง คือความจริงอันโหดร้ายที่ผู้หญิงหวาดผวามากที่สุด ก้อนกลมๆตรงหน้าท้องเห็นทีไรต้องปวดใจทู้กที เป็นที่รู้กันดีว่าสมัยนี้คนนิยมมองกันที่ภายนอก คนผอมก็มักน่ามองและดูสุขภาพดีกว่าเป็นธรรมดา แต่คนที่มีพุงก็อย่าเพิ่งน้อยใจ เพราะเราก็สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ เพียงแต่ต้องรู้จักและปรับพฤติกรรมการกินเท่านั้น พุงน้อยใหญ่ของคุณๆก็จะหายไปในไม่ช้า

อย่างที่รู้ๆกันว่า สิ่งที่อยู่ภายใต้หน้าท้องอันแสนอ้วนกลมนั้นถูกเรียกว่า “ไขมัน” ซึ่งหากได้ยินคำว่า “ไขมัน” หลายๆคนอาจมองว่าเป็นสิ่งที่เป็นปัญหาและไม่ควรมีอยู่ในร่างกาย เพราะอาจเป็นบ่อเกิดของโรคร้ายต่างๆตามมา แต่อย่าเพิ่งด่วนสรุปไป เพราะทุกอย่างมักมีข้อดีและข้อเสีย ไขมันก็เช่นกัน

ไขมันถือเป็นสารอาหารหลักชนิดหนึ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยไขมัน 1 กรัมจะให้พลังงานได้ประมาณ 9 กิโลแคลอรี่ อีกทั้งยังมีกรดไขมันบางชนิดที่จำเป็นต่อร่างกาย (essential fatty acids) ได้แก่ กรดไขมันไลโนเลอิก (linoleic acid) กรดไขมันไลโนเลนิก (linolenic acid) และกรดไขมัน อะแรคชิโดนิก (arachidonic acid) ซึ่งกรดไขมันเหล่านี้ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ จึงจำเป็นต้องได้รับจากการรับประทานอาหารเท่านั้น

เพราะเหตุนี้อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าไขมันเป็นสิ่งเลวร้ายเสมอไป “เพียงแค่ลองเปิดใจแล้วจะรู้ว่าไขมันดีๆมีอยู่จริง” ซึ่งไขมันที่เป็นไขมันดี ไขมันเพื่อสุขภาพ คือไขมันชนิดไม่อิ่มตัว (unsaturateed fat) ที่แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ 1.กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (monounsaturated fatty acids) หรือเรียกย่อๆว่า MUFAs เช่นกรดไขมันโอเลอิก (oleic acid) ซึ่งกรดไขมันชนิดนี้พบได้มากในน้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนลา น้ำมันถั่วลิสง น้ำมันดอกคำฝอย และถั่วเปลือกแข็งต่างๆ เป็นต้น

2.กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน หรือกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง (polyunsaturated fatty acids) หรือเรียกย่อๆว่า PUFAs เช่น กรดไขมันไลโนเลอิก (linolenic acid) ที่พบมากในน้ำมันข้าวโพดและน้ำมันถั่วลิสง, อะแรคซิโดนิก (arachidonic acid) ที่พบมากในปลาทะเล, กรดไขมันโอเมก้า-3 ที่พบมากในน้ำมันปลา และกรดไขมันโอเมก้า-6 ที่พบมากในน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส

สำหรับไขมันไม่อิ่มตัวทั้ง MUFAs และ PUFAs มักถูกเรียกว่าไขมันดี เพราะสามารถลดโคเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL-C) ขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มโคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL-C) ให้กับร่างกาย อีกทั้งยังส่งผลดีต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด ทั้งนี้มีการศึกษาและค้นพบว่า MUFAs จากน้ำมันมะกอก สามารถลดความเสี่ยงจากการเสียชีวิตในทุกสาเหตุ และการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจและหลอดเลือดลงได้อย่างชัดเจน

เมื่อรู้ว่าไขมันชนิดไม่อิ่มตัวมีประโยชน์และสำคัญขนาดไหนก็ควรหมั่นบริโภคอาหารและผลิตภัณฑ์ที่มี MUFAs และ PUFAs เป็นประจำทุกวันแทนอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว ในทางการแพทย์และตามหลักโภชนาการจึงมีคำแนะนำให้บริโภคไขมันสุขภาพ MUFAs และ PUFAs ถึง 30% ของพลังงานทั้งหมดที่ร่างกายพึงได้รับจากการรับประทานอาหารในแต่ละวัน

และควรหลีกเลี่ยงการบริโภคไขมันประเภทอิ่มตัว เช่น ไขมันจากสัตว์และพืชบางชนิด เนย และนม เป็นต้น เท่านี้ไขมันที่ไม่ดี (โคเลสเตอรอล) ก็จะถูกไขมันที่ดี (MUFAs) จัดการ ร่างกายของเราก็จะกลับมา หุ่นเพรียวเรียวเล็กได้ “หุ่นดี สุขภาพดี ชีวิตดี เริ่มต้นจากการเลือกกินสิ่งดีๆ”

Whey Protein ที่ให้มากกว่าโปรตีน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาหารกับสุขภาพเป็นของคู่กัน และในอาหารแต่ละประเภทก็มีคุณสมบัติในการบำรุงร่างกายที่ต่างกัน บ้างก็ให้พลังงาน บ้างก็ให้สุขภาพที่แข็งแรง แต่ที่สำคัญต้องเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะกับสภาพร่างกายของแต่ละคน เพื่อให้อาหารได้ซ่อมแซมและมอบสารอาหารแก่ร่างกายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากปัจจุบันการกินเพื่อสุขภาพ เป็นที่นิยมอย่างมากทั้งการรับประทานอาหารคลีน (Clean Food) มังสวิรัติ และอาหารควบคุมน้ำหนัก ซึ่งหากรับประทานอาหารลักษณะนี้แบบผิดวิธีหรือไม่มีผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำ ก็อาจส่งผลเสียให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ แทนที่สุขภาพจะดีขึ้นกลับแย่ลง และอาจให้พลังงานไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตในหนึ่งวัน ทำให้เราต้องหาโปรตีนที่ดีเข้ามาทดแทน

Whey Protein

หากพูดถึงแหล่งโปรตีน หลายๆคนคงนึกถึง เนื้อสัตว์ อกไก่ แต่สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายมักจะเติมเต็มโปรตีนให้กับร่างกาย ด้วย เวย์โปรตีน (Whey Protein) ซึ่งไม่ใช่ว่า เวย์โปรตีน จะเป็นอาหารของเหล่านักเพาะกล้าม หรือคนที่ออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว เพราะประโยชน์ของ เวย์โปรตีน นั้นไม่ได้มีแค่ “โปรตีน” เหมือนชื่อของมัน เวย์โปรตีนบางชนิดมีการทำงานมากกว่าที่เรารู้ เช่น ช่วยเรื่องของการเผาผลาญให้ระบบย่อยอาหารของเราทำงานได้ดีขึ้น พร้อมทั้งมีส่วนช่วยในการทำให้ร่างกายอิ่มได้นานขึ้นกว่าการทานอาหารปกติ ซึ่งจะเห็นว่า นวัตกรรมของ เวย์โปรตีน ได้ถูกพัฒนาไม่ได้มีไว้แค่ ให้หนุ่มนักกล้ามกับสาวฟิตเนส อย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว ไม่ว่าคุณจะมีไลฟ์สไตล์แบบไหนก็สามารถทานได้ เพียงแต่ต้องเลือกให้ถูกแล้วทำความเข้าใจว่า เวย์โปรตีนแต่ละชนิดมีสรรพคุณด้านไหนบ้าง และหากคุณยังไม่รู้จัก เวย์โปรตีนดีพอ เชิญทำความรู้จักในบรรทัดต่อไป

ประเภทของ Whey Protein

เวย์โปรตีนมีด้วยกันหลักๆ 4 ประเภท คือ

  1. Whey Protein Concentrated เป็นเวย์โปรตีนที่พบเห็นได้มากที่สุดในท้องตลาด เวย์โปรตีนชนิดนี้จะมีโปรตีนประมาณ 25-90 % และมีปริมาณน้ำตาลแลคโทสในระดับปานกลาง
  2. Whey Protein Isolated ผงโปรตีนสกัดเข้มข้นที่มีปริมาณโปรตีนมากกว่า 90 % ขึ้นไป และจะมีน้ำตาลแลคโทสเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
  3. Whey Protein HydrolySate เวย์โปรตีนที่ผ่านกระบวนการย่อยโมเลกุลให้ง่ายต่อการดูดซึมโปรตีนเพื่อไปใช้ได้ทันที
  4. Whey Blend คือโปรตีนที่รวมโปรตีนมาจากหลากหลายแหล่ง รวมไปถึง เวย์โปรตีนสามชนิดข้างต้นด้วย

Whey Protein ประโยชน์ที่เราไม่รู้

และจากการศึกษาและทดลองในอิสราเอลเมื่อไม่นานมานี้ ศ.พญ. Daniela Jakubowicz ได้ทดลองนำ เวย์โปรตีน ประกอบอาหารมื้อหลักให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน ซึ่งพบว่าผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ได้รับ Whey Protein ประกอบอาหารมื้อเช้าหรือมื้อหลักของวันในปริมาณที่สูง ช่วยจัดการโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อีกทั้งยังช่วยลดน้ำหนักและช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้เป็นอย่างดี จะเห็นว่า เวย์โปรตีน นั้นไม่ได้เหมาะกับผู้ที่อยากจะเสริมสร้างกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียวแต่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสารอาหาร และผู้ที่ต้องการโปรตีนไปทดแทน ซ่อมแซมในส่วนที่สึกหรอ แต่ถ้าจะให้ดีควรเลือก เวย์โปรตีน ชนิดที่เข้ากับสุขภาพของเรามากที่สุด อย่างผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักหรือควบคุมน้ำตาลก็ควรรับประทาน Whey Protein Isolated ที่มีส่วนผสมของน้ำตาลแลคโทสเพียงเล็กน้อย แต่สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายก็ควรรับประทาน Whey Protein HydrolySate ที่ง่ายต่อการดูดซึมโปรตีนเพื่อนำไปใช้ได้ทันที “เป๊ะได้ สุขภาพดี ไม่ต้องมียาลดความอ้วนนะครับ”

y

ติดต่อเรา

Call Center: 02-401-9567

กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่าง หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ หรือตัวแทนจำหน่าย ใกล้บ้านท่าน